กะหรี่บล็อกสุดท้าย

posted on 26 May 2010 04:38 by fuckmylife

หายไปนานแบบนี้ แต่กลับมาถึงก็จะเลิกเขียนบล็อกแล้วนะครับ
เพราะอินเตอร์เน็ตทำพิษน่ะครับ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเลย
ตอนที่ผมไม่ได้มาเขียนนี่ เดี๋ยวจะค่อยๆ เล่าไปทีละเรื่อง

เรื่องแรกเลยก็คือ วันหนึ่งเพื่อนอ้นโทรมาหาผม บอกว่า

"เฮ้ยไอ้เอฟ มีชะนีมารอมึงหน้าห้องน่ะ ใครวะ ถามหามึงด้วยชื่อนี้กูเลยไม่แน่ใจ"
(ปกติกับลูกค้าหรือเพื่อนผมจะใช้ชื่ออื่น)
"เฮ้ย ผู้หญิงเหรอ ไม่มีใครรู้ที่อยู่กูหรอก มาได้ไงวะ แล้วชื่อไรมาจากไหนถามยัง"
"มันกลับไปแล้วว่ะ"

นั่นคือสิ่งแปลกปลอมในชีวิตครับ เรื่องแรก

ผมจะหวาดกลัวกับอะไรแบบนี้น่ะครับ อะไรที่ไม่ลงตัว ไม่คาดคิด

แล้วผมแปลกใจมาก เพราะมีแต่ในเน็ตนี่เท่านั้นที่ผมใช้ชื่อเอฟ
โทรไปหาคุณสวยว่าเคยบอกที่อยู่ผมกับใครหรือไม่ เขาก็บอกไม่เคย
ผมก็งงตึ้บเลยนะครับ แล้วจะหวาด ไม่ชอบเสียความเป็นส่วนตัว อยู่ไม่สุขเลย

ต่อมา มีการ์ดกับช็อกโกแลตส่งมาบ้านในชื่อเอฟอีก
ตกใจไม่กล้ากินเลยนะครับ กลัวมียาพิษ T.T

ผมก็ได้คุยกับเจ้าของตึก ขอติดกล้องวงจรปิดหน้าห้องได้ไหม ไม่มีปัญหา
ผมกลับจากงานก็มานั่งดูกล้องทุกวัน จนมาเจอครับ สามวันหลังจากนั้น
ผู้ชายคนนึงเดินมานั่งหน้าห้องผม แล้วก็พูดอะไรบางอย่าง เหมือนคุยกับใครสักคน
สักพักอีเพื่อนอ้นก็กระโดดเข้ามากอดอย่างรุนแรง แห่จิก ผัวอีอ้วนเหรอนี่
แล้วพากันมาทำไม จะใช้ห้องผมฆ่าคนอีกแน่ๆ คิดไม่ทันขาดห้วง
อีอ้วนจับผัวจูบทันที แล้วใครจะทนดูภาพบัดสีต่อไปได้?

วันต่อๆ มา ผมก็ดูทุกวัน เพื่อนมาหามั่งอะไรมั่ง จนมาเจอคนหนึ่งที่แปลก
มาไม่เคาะไม่ทำไร มาเดินด้อมๆ มองๆ หน้าห้องผม พยายามส่องดูข้างใน
สักพักก็เริ่มเคาะ เคาะสักพักก็ไป

ผมสยองมาก ไซโคสุดๆ จนต้องไปยืมปืนเพื่อนมาพกไว้ในห้อง
ยิงก็ไม่เป็น เพื่อนก็หัดให้ แถมให้สปาต้ามาอีกอันเผื่อปืนไม่เหมาะกับผม
สุดยอดอะ ยังกับจะไปรบสงครามอ่าว

อาทิตย์ต่อมา ผู้ชายคนนี้มาเคาะตอนที่ผมเพิ่งตื่นได้ไม่กี่นาที
ผมส่องมองดู หน้าใช่เลย ทรงผม ท่าทาง คนนั้นเลย ที่เห็นในกล้อง
เห็นดังนั้นปุ๊บ ผมรีบไปหยิบปืน เดินมาใจเต้นที่ประตู
แล้วพูดไปว่า "มาหาใครครับ" ยังไม่ได้เปิดนะ
เขาบอกมาหาเอฟครับ ตามมาจากบล็อก ไม่มารบกวนนะครับ มารู้จัก บลาๆๆๆ
ผมใจเต้นจนฟังเขาพูดไม่รู้เรื่องอะ ฮ่าๆ  แล้วก็คิด
เอ๊ะ ถ้าเกิดยื่นปืนไปแบบใช้ไม่เป็นไม่คล่อง จะโดนแย่งปืนอย่างในหนังเปล่าวะเฮ้ย
หมดบทไปสำหรับปืน ผมก็ไปหยิบสปาต้ามา อื้อหือ บุ๊คออฟอีไล

แล้วผมก็มาคิด ผมไม่ได้บอกที่อยู่ใครในบล็อกเลยนี่นา ทำไมมาถูก
แค่พูดว่าบ้านเป็นดาดฟ้า แต่งบ้านแบบนี้ๆๆๆ มาถูกเลยเหรอวะ?
แต่ผมก็ตัดใจไม่ถาม ไม่พูดต่อ แล้วโทรเรียก รปภ ให้ช่วยมาคุยให้เขาไป
สักพักเขาก็ไป แต่วันถัดมาก็มีไปรษณียบัตรส่งมาถึงผม
บอกว่าจากผู้ชายคนเมื่อวาน ขอเจอที่ปลอดภัยที่ไหนก็ได้ให้ผมนัดเอง
เขาบอกว่าเขามีเรื่องสำคัญในชีวิตต้องปรึกษาผม ไม่งั้นเขาแย่แน่ๆ
ผมก็เสือกเกิดความรู้สึกสงสาร ส่งจดหมายกลับไปนัดกลางห้าง
แต่ผมพกเพื่อนอ้นไปด้วย แถมกะหรี่นักมวยปล้ำอีก 2 คน ไปเป็นเพื่อน
อุ่นใจอยู่น่ะ

พอไปถึงที่นัด เราก็ได้คุยกัน ดูเขาจะอึกๆ อักๆ แน่แหละ เพื่อนอ้นจ้องตาเป็นมัน
ไม่ใช่อะไรหรอก ผมดูก็รู้ว่ามีเรื่องปิดบังไม่กล้าพูดต่อหน้าคนอื่นแน่ๆ
กลายเป็นว่าคุยกันเจ๊าะแจ๊ะไร้สาระ ถามเรื่องปัญหาที่ว่าก็ไม่ยอมบอก
บอกว่าต้องคุยกัน 2 คน ไม่ไหวครับ ไซโคมากไป
แล้วก็แยกย้ายกันกลับไป

รุ่งขึ้นมีผู้หญิงมาหาผมอีกแล้ว ที่บ้าน มาเคาะๆ บอกว่า ขอคุยหน่อย
เรื่องผู้ชายคนที่ผมไปเจอมาเมื่อวาน เห้อ.....มันหลายซับหลายซ้อนจริงนะ
ผมก็คุยนะ แต่ผมไม่เปิดประตูให้ คุยผ่านประตูนั่นแหละ

แย่มากๆ เขาพูดประมาณว่า ยังไงดี คล้ายๆ ยังไงล่ะ เอาเป็นว่าผมฟังแล้วรู้ว่า
เขาเป็นแฟนกับชายคนเมื่อวาน แล้วพยายามจะไถตังผม ประมาณว่าถ้าไม่ให้
อาจจะเปิดโปงหรืออะไรผมก็ไม่แน่ใจ

โถ..... ถ้ารวย จะยอมให้คนสอยตูดเหรอ

คนแบบผม มาเป็นกะหรี่เพราะอะไร ก็เพราะเรียนไม่จบ ไม่มีความสามารถพิเศษ
ความสามารถแบบปกติที่คนอื่นเขามีกันผมก็ไม่มี แต่ดันอยากได้นั่นอยากได้นี่
เยอะแยะมากมายจนต้องรีบหาเงินตัวเป็นเกลียว บางทีผมซื้อของเนี่ย
เงินไม่มีกินข้าวก็มี ยังจะคิดมาไถตัง น่ากลัวจริงๆ อินเตอร์เน็ต

สรุปว่า สองผัวเมียเขาก็อ่านบล็อกผมแหละครับ
แล้วพอดีดันผ่านมาไอ้ทางด่วนสายหนึ่ง ซึ่งมองมาแล้วมันเห็นบ้านผม
ตกแต่งแบบไหนยังไงเขารู้ เขาเลยคิดว่าใช่แน่ๆ เลยลองมาไถดู
ผมโมโหมากเลยนะเรื่องเงินๆ ทองๆ อันนี้ไม่ได้เลยทีเดียว
ผมเลยตอบไปว่าผมไม่ให้อะไรทั้งนั้น ถ้าขู่ผมจะแจ้งตำรวจ
แท้จริงแล้วกลัวมากๆ เพราะว่าถ้าใครรู้ว่าผมอยู่นี่ขึ้นมาจริงๆ
ความเสียหายจะตามมา เดือดร้อนไปถึงนายหน้าเมื่อไหร่ผมก็เจ๊งเมื่อนั้น

สุดท้ายผมตัดสินใจ ย้ายบ้านเลยครับ
ไปปรึกษาแม่ จะขอผ่อนเศษที่ดินที่แม่มี แม่ก็ยกให้เลยแปลงหนึ่ง
ขอบคุณคุณแม่มากๆ เลยครับ ชาตินี้จะไม่ลืมพระคุณเลย
เป็นที่ดินเปล่ายังไม่ได้ถาง ผมก็ถางเอง ก่อเองเลยทีนี้ ก่อมาก็แนวเดิม
กล่องๆ มีสระว่ายน้ำ แต่ทีนี้มีพื้นที่ทำสวนแล้วด้วย สุดยอด
ใช้เวลาสองเดือนกว่ามั้ง เพิ่งเสร็จเนี่ยครับ

ถึงคุณสองผัวเมียไซโค ไม่ต้องตามมาแล้วนะ T.T ผมกลัวพวกคุณจริงๆ

แล้วกลัวอินเตอร์เน็ตไปเลย คาดว่าจะไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ด้วยอีกแล้วล่ะครับ

เลิกเขียนบล็อกก็ใจหายนะ เพราะที่นี่เป็นที่แรกที่ทำให้ผมรู้จักโลกภายนอก
เพราะปกติตามสังคมที่ผมเห็นคนปกติเดินๆ อยู่นั้น ผมไม่เคยสัมผัสชีวิตพวกเขาเลย
มารู้ก็ตอนเขียนบล็อกที่นี่ มีหลายๆ คนที่มีน้ำใจ(ปกติผมคิดว่าโลกนี้ไม่มีน้ำใจจริง)
หลายๆ คนมีส่วนช่วยผมแต่งบล็อก บอกโค้ดบอกอะไรเยอะเลย
หลายๆ คน มีปัญหาชีวิตแล้วส่งข้อความมาปรึกษาผม ซึ่งผมก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก
หลายๆ คน พูดคุยกับผมเหมือนเพื่อน(ปกติผมคิดว่าโลกปกติเขาดูถูกอาชีพอย่างเรา)
ก็เป็นอะไรใหม่ๆ ที่เข้ามาในชีวิต ทำให้มองโลกเห็นมุมที่แตกต่าง
หนังสั้นงี้ เชื่อไหมล่ะว่าผมเพิ่งเคยได้ดู เพราะเขียนบล็อกที่นี่
แล้วที่สำคัญ เวลาผมบ่นจะมีคนฟัง อ่านเรื่องราว มันเหมือนได้ระบาย
เหมือนกับว่าเฮ้ยโลกนี้ยังมีคนที่รับฟังคนเป็นกะหรี่อย่างเรา(ซึ่งส่วนมากจะเป็นฝ่ายรับฟังเขา)
มีคนแนะนำสั่งสอนเรื่องโฟโตช็อพจนทำเป็นแล้ว
ผมเป็นเด็กใหม่ในวงการบล็อกที่ยังไม่หายตื่นเต้นเลย แต่ต้องเลิกเสียแล้ว
เพราะคงไม่ใช่แนว เสียดายนะครับ แต่ว่าผมต้องระวังชีวิตตัวเอง
อะไรที่เสี่ยงจะต้องตัดทิ้งเลย เพราะผมรักอาชีพของผม และมันทำให้ผมอยู่บนโลกใบนี้ได้

ผมเป็นคนที่รักวัตถุนิยม อยากได้นั่นอยากได้นี่ตลอดเวลา ผมต้องเป็นกะหรี่แบบนี้แหละ
แล้วผมก็จะยังเป็นแบบนี้ต่อไปอีกนานจนกว่าทั้งหน้าทั้งหลังจะพังพินาศ ฮ่าๆ

ช่วงนี้ว่างงาน เพราะพม่าเผากรุง ก็เลยได้พักเหนื่อยหน่อยครับ ได้มาเขียนลาทุกๆ คน

วันข้างหน้าใครเที่ยวแถวสีลมอาจจะได้เจอกัน เอเยนต์ผมเดินแถวนั้นแหละ
เขาจะถือสมุดแคตตาล็อก บางทีไม่ถือก็จะเข้าไปคุยๆ ก่อน แล้วค่อยเอาแค็ตตาล็อกมาให้ดู
จะมีคนนึงที่ตัวควายๆ สูง 186 หนัก 86 เขาจะเขียนรายละเอียดไว้หมด กระทั้งรอบวง ฮ่าๆ

มีอะไรเดี๋ยวเราคงพูดคุยกันผ่านบล็อกเพจสุดท้ายนี้แหละครับ
คงไม่ได้เขียนอีกแล้ว เล่ามากก็เข้าเนื้อมาก อันตราย

แล้วฝากนิดนึงนะครับ

ถ้าคุณมีเพื่อน ญาติ แฟน หรือคนรู้จัก เป็นกะหรี่
อย่าได้ถามไถ่เรื่องเงินๆ ทองๆ เขาเลย เพราะมันเป็นเรื่องที่ซีเรียสที่สุด
ฮ่าๆๆๆ